การพลิกโฉมงานสอบสวนด้วย Smart Watch

เทคโนโลยีสมาร์ทวอทช์กับการระบุ "เวลาตาย" ที่แม่นยำ

เทคโนโลยีที่สวมใส่ได้ (Wearable Technology) เช่น สมาร์ทวอทช์ (Smartwatch) ไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับสุขภาพและการออกกำลังกายเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญชิ้นใหม่ในงานสืบสวนสอบสวนคดีอาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีฆาตกรรม การศึกษาและทดลองในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันน่าทึ่งของข้อมูลจากอุปกรณ์เหล่านี้ในการช่วย กำหนดเวลาการเสียชีวิต (Time of Death) ได้อย่างแม่นยำสูง ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการยุติธรรม

ความท้าทายของการระบุ "เวลาตาย" แบบดั้งเดิม

ในงานนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวช การระบุเวลาที่บุคคลเสียชีวิตอย่างแม่นยำเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ยากและมีความคลาดเคลื่อนสูง วิธีการดั้งเดิมมักอาศัยการประเมินจากปัจจัยภายนอกหลายอย่าง เช่น:

  • การแข็งตัวของกล้ามเนื้อ (Rigor Mortis): ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงและขึ้นอยู่กับอุณหภูมิแวดล้อม
  • อุณหภูมิร่างกาย (Algor Mortis): การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกมากมาย เช่น เสื้อผ้า สภาพอากาศ และขนาดร่างกาย
  • การตกตะกอนของเลือด (Livor Mortis): ขึ้นอยู่กับท่าทางของผู้เสียชีวิตและการไหลเวียนโลหิต
  • บทบาทของข้อมูลสมาร์ทวอทช์ในการสอบสวน

    สถาบันนิติวิทยาศาสตร์แห่งเนเธอร์แลนด์ (Netherlands Forensic Institute) ได้ทำการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลชีวมิติ (Biometric Data) ที่บันทึกโดยสมาร์ทวอทช์ กับเวลาการเสียชีวิตของผู้สวมใส่ ผลการศึกษาที่ได้รับการนำเสนอโดย Interpol ชี้ให้เห็นว่า:

    แหล่งอ้างอิง: Interpol, Innovation Snapshots April 2025 (อ้างอิงถึงการศึกษาของ Netherlands Forensic Institute)

    การประยุกต์ใช้ในบริบทของตำรวจไทยและสากล

    สำหรับหน่วยงานตำรวจและกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย การใช้ข้อมูลจากสมาร์ทวอทช์ในการสืบสวนเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับงานนิติวิทยาศาสตร์:

  • 1. การตรวจยึดและวิเคราะห์หลักฐานดิจิทัล: เจ้าหน้าที่สอบสวนจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมในการตรวจยึดและกู้คืนข้อมูลจากสมาร์ทวอทช์และอุปกรณ์สวมใส่อื่น ๆ อย่างถูกวิธีตามหลักการของ นิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics)
  • 2. การเชื่อมโยงข้อมูล: ข้อมูลเวลาตายที่แม่นยำจากสมาร์ทวอทช์สามารถนำไปเชื่อมโยงกับหลักฐานอื่น ๆ เช่น ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ (Cell Site Data), กล้องวงจรปิด, และคำให้การพยาน เพื่อสร้างลำดับเหตุการณ์ (Timeline) ที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ
  • 3. การสนับสนุนคดีที่ซับซ้อน: โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีที่ไม่มีพยานบุคคลหรือหลักฐานทางกายภาพที่ชัดเจน ข้อมูลจากอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยยืนยันเวลาเกิดเหตุเพื่อสนับสนุนหรือหักล้างข้อกล่าวหาของฝ่ายจำเลยได้
  • การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในราชการไทยจะต้องควบคู่ไปกับการพัฒนากฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลจากอุปกรณ์ดิจิทัล เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส และเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชน

    สรุป

    สมาร์ทวอทช์เป็นมากกว่าเครื่องประดับหรืออุปกรณ์สุขภาพ แต่คือ "พยานอิเล็กทรอนิกส์" ที่บันทึกข้อมูลสำคัญในช่วงนาทีสุดท้ายของชีวิตมนุษย์ไว้ การนำข้อมูลที่แม่นยำนี้มาใช้ในการกำหนดเวลาตาย ทำให้งานสอบสวนคดีฆาตกรรมก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่พึ่งพาหลักฐานเชิงดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความยุติธรรมที่รวดเร็วและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นตามมาตรฐานสากล